อายุเท่าไรก็เก็บได้ กับมาตราฐานการเก็บสเต็มเซลล์ระดับโลก จาก Medeze
การนำสเต็มเซลล์ (Stem cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในปัจจุบันนั้นมีข้อบ่งใช้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากในกลุ่มโรคเลือด, มะเร็งบางชนิด หรือกลุ่มโรคทางเมตาบอลิกตั้งแต่กำเนิดแล้วนั้น ยังมีการขยายขอบเขตการรักษาไปยังโรคกลุ่มเบาหวานตั้งแต่กำเนิด, ฟื้นฟูการบาดเจ็บของสมอง, โรคทางภูมิคุ้มกันหรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ [1] ซึ่งสเต็มเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการรักษาด้วยเซลล์บำบัดนั้นมีที่มาได้จากหลายแหล่ง แต่ที่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันคือสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ, เนื้อเยื่อสายสะดือ, จากเลือดและไขกระดูก และจากเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือและเนื้อเยื่อสายสะดือนั้นมีข้อดีที่การเก็บนั้นไม่ได้มีการรบกวนทารกแรกเกิดและมารดาเนื่องจากเก็บจากรกและสายสะดือที่แยกตัวออกมาแล้ว และสภาพของเซลล์ที่เก็บนั้นอยู่ในสภาพที่อ่อนเยาว์ที่สุดที่ยังคงความสามารถในการแบ่งตัวไว้อย่างสมบูรณ์ โดยมีรายงานการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการแบ่งตัวของสเต็มเซลล์ที่ลดลงตามอายุสเต็มเซลล์ตอนที่ทำการเก็บ [2]

ธนาคารสเต็มเซลล์ในประเทศไทย
ห้องปฏิบัติการที่สามารถเก็บรักษาสเต็มเซลล์ได้นั้นมีทั้งของรัฐบาลเช่นสภากาชาดไทย [3] และของเอกชน โดยสถาบันของรัฐนั้นอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งาน รวมถึงความเข้ากันของผู้บริจาคกับผู้รับบริจาค ซึ่งการเก็บรักษาสเต็มเซลล์ในห้องปฎิบัติการของเอกชนจะทำให้เราสามารถเข้าถึงการใช้งานได้สะดวกกว่าอีกทั้งยังเป็นการเก็บและนำสเต็มเซลล์ของผู้ฝากเองมาใช้ จึงลดความเสี่ยงเรื่องการที่ร่างกายจะไม่รับสเต็มเซลล์ที่ปลูกถ่ายเข้าไปและลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนเชื้อต่างๆ
ปัจจัยหลัก 2 อย่างที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการเก็บสเต็มเซลล์
สำหรับห้องปฏิบัติการเอกชนที่เปิดให้บริการรับฝากสเต็มเซลล์หรือธนาคารสเต็มเซลล์ (Stem Cell Banking) ในปัจจุบันนั้น จำเป็นจะต้องได้รับมาตรฐานการในการดำเนินการห้องปฏิบัติการในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและดูแลรักษาสเต็มเซลล์ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์เม็ดเลือดหรือสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ เพราะเป้าหมายหลักของผู้รับบริการคือการเก็บรักษาสภาพเซลล์ให้ยาวนานและสามารถฟื้นสภาพเซลล์กลับมาได้เมื่อตอนที่ต้องการนำมาใช้งาน ผู้รับบริการจำเป็นจะต้องมองหาห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานในสองขั้นตอนหลักต่อไปนี้

ขั้นตอนการคัดแยกเซลล์
สำหรับสเต็มเซลล์เม็ดโลหิตมีหลายวิธีการ แต่วิธีการที่ทันสมัยและได้รับการยอมรับที่สุดในโลกได้แก่การคัดแยกด้วยเครื่อง AXP® (AutoXpress Platform) โดยเป็นเครื่องคัดแยกสเต็มเซลล์เม็ดโลหิตอัตโนมัติที่จะลดความผิดพลาดจากมนุษย์และยังทำงานในระบบปิดที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับเซลล์และลดการปนเปื้อนจากภายนอกได้ ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีเพียงห้องปฏิบัติการของ MEDEZE เท่านั้นที่ใช้เครื่อง AXP® ในการคัดแยกเซลล์ โดยเป็นเทคโนโลยีเดียวกับห้องปฏิบัติการระดับโลก เช่นคลังเลือดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา The New York Blood Center [4] เลือกใช้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับวิธีการคัดแยกเซลล์แบบอื่นๆเช่น Hespan, Prepacyte หรือ Sepax นั้นล้วนให้อัตราการคืนสภาพเซลล์เมื่อต้องการนำมาใช้งานที่ต่ำกว่า AXP® [1,5,6] ทั้งสิ้น โดยอัตราการคืนสภาพของเซลล์จากเครื่อง AXP® อยู่ที่มากกว่า 95% เหนือกว่าวิธีอื่นๆ ที่อัตราการคืนสภาพของเซลล์อยู่ที่ไม่เกิน 80%

สำหรับสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ ที่ MEDEZE นั้นเลือกที่จะคัดแยกสเต็มเซลล์ออกมาทันทีที่ได้รับเนื้อเยื่อด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดแยกเซลล์ และทำการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนด้วยเครื่องอัตโนมัติ Quantum ที่สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ในระยะเวลาอันสั้นโดยคงความอ่อนเยาว์ของสเต็มเซลล์ไว้ได้และตรวจคุณภาพเซลล์ในระดับโครโมโซมก่อนทำการจัดเก็บ
ขั้นตอนการจัดเก็บ
สำหรับสเต็มเซลล์เม็ดโลหิต เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากผู้รับบริการย่อมต้องการความมั่นใจจากห้องปฏิบัติการที่สามารถคงสภาพสเต็มเซลล์ได้ยาวนานและปราศจากเชื้อตลอดการจัดเก็บ โดยห้องปฏิบัติการของ MEDEZE นั้นได้มาตรฐานความสะอาดปลอดเชื้อในระดับ CleanRoom Class 100 ที่สามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อระดับที่ใช้งานจริงได้ ในส่วนของการจัดเก็บนั้น MEDEZE ใช้ระบบการแช่แข็งแบบไอระเหยไนโตรเจนอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ที่คงคุณภาพตลอดการฝากเก็บ 60 ปี ภายในห้องนิรภัยกันไฟ

ด้วยมาตรฐานต่างๆที่กล่าวมา ทำให้ MEDEZE นั้นได้รับมาตรฐานในเรื่องการคัดแยก การเก็บรักษาระยะยาว และการจัดส่งสเต็มเซลล์เม็ดเลือดจากสายสะดือในการนำไปรักษาผู้ป่วยจาก American Association of Blood Banks (AABB) รวมทั้งมาตรฐานห้องปฏิบัติการคุณภาพ National Environmental Balancing Bureau (NEBB) ของประเทศเยอรมันอีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
1) Willert J, Purdon T, Harris D. Umbilical cord blood—Biology, banking, and therapeutic use. US Obstetrics and Gynecology. 2008;3(1):68-72.
2) Harris DT. Stem cell banking for regenerative and personalized medicine. Biomedicines. 2014 Mar;2(1):50-79.
3) ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. การบริจาคสเต็มเซลล์. [Online]. Available at: https://blooddonationthai.com/?page_id=784. [August 2021]
4) Cord Blood Registry. Cord Blood Registry Achieves Industry-Leading Stem Cell Recovery With New Automation Technology. [Online]. 2007. Available at: https://www.biospace.com/article/releases/-b-cord-blood-registry-b-achieves-industry-leading-stem-cell-recovery-with-new-automation-technology-/. [July 2021]
5) Rubinstein P. Cord blood banking for clinical transplantation. Bone marrow transplantation. 2009 Nov;44(10):635-42.
6) Basford C, Forraz N, Habibollah S, Hanger K, McGuckin CP. Umbilical cord blood processing using Prepacyte‐CB increases haematopoietic progenitor cell availability over conventional Hetastarch separation. Cell proliferation. 2009 Dec;42(6):751-61.

